หน้าแรก ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ อังกฤษ อเมริกา

เมนู

 

แช่น้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่น (Onsen)

แช่น้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่น (Onsen)

น้ำพุร้อน (Onsen)

ที่ประเทศญี่ปุ่น น้ำพุร้อนจะมีอยู่ทั่วไป และชาวญี่ปุ่นก็แช่บ่อน้ำพุร้อนมาเป็นเวลานานร้อยกว่าปี เพื่อสุขภาพที่ดีและได้พูดคุยกับคนอื่นๆ การแช่ออนเซ็นเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาถึงญี่ปุ่น

      

ความรู้เกี่ยวกับออนเซ็น
น้ำพุร้อนเป็นน้ำที่ได้รับพลังงานความร้อนจากใต้ดิน ในญี่ปุ่นน้ำพุร้อนจะมีอยู่ทั่วไป โดยทั้งประเทศมีออนเซ็นมากกว่า 2,500 แห่ง บางแห่งไหลออกมาจากหน้าผิวดิน แต่อีกหลายๆแห่งไหลขึ้นมาจากการดันตัวใต้ผิวดินกว่า 1,000 เมตร อุณหภูมิของน้ำพุร้อนแตกต่างกันไป ตั้งแต่ ใกล้ 100 องศาเซลเซียส ไล่ลงมาถึง 20 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวจะเห็นได้ว่าโรงแรม, เรียวคัง (ที่พักแบบญี่ปุ่น) หรือสปาทุกแห่ง จะมีออนเซ็นให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกันอยู่ทุกที่

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดสำหรับการอาบบ่อน้ำร้อนนั่นก็คือ การทำให้ร่างกายอบอุ่นและให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลาย การอาบน้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสมจะสามารถปรับระบบต่างๆภายในร่างกายได้ ทั้งกระตุ้นระบบไหลเวียนและระบบการเผาผลาญได้ดียิ่งขึ้น ออนเซ็นหลายๆแห่งมีแร่ธาตุต่างๆมากมายที่สามารถช่วยรักษาอาการป่วยหรืออาการบาดเจ็บได้

คนญี่ปุ่นแช่ออนเซ็นมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยเอโดะ (ค.ศ.1603-1868) วัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นได้แพร่หลายอย่างรวดเร็วในหมู่ประชาชนทั่วไป และกลายมาเป็นที่นิยมจนเป็นชีวิตประจำวันที่คนญี่ปุ่นจะต้องใช้เวลาที่ออนเซ็นเพื่อได้ผ่อนคลายและพักฟื้นร่างกายและจิตใจ

น้ำพุร้อนของญี่ปุ่นสามารถพบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ท่ามกลางภูเขา, ชายทะเลหรือในหุบเขาแคบๆ ซึ่งสามารถเพิ่มบรรยากาศในการแช่ออนเซ็นได้เป็นอย่างดี - ซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวของใบไม้ใหม่ในฤดูร้อน, สีสันของใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง, สีขาวของหิมะมากมายในฤดูหนาว ยิ่งทำให้บรรยากาศดียิ่งขึ้นเมื่อมองจากในที่อุ่นๆ ทำให้ผ่อนคลายจากการแช่ออนเซ็นและโอกาสได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

และไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้นที่สนใจการแช่น้ำพุร้อน ออนเซ็นที่จิโกกุดางิ สามารถแช่น้ำร้อนแบบเปิดโล่ง นอกจากจะเปิดให้ผู้คนมาแช่น้ำพุร้อนแล้ว ที่นี่ยังให้สัตว์ป่าสามารถเข้ามาในออนเซ็นได้อีกด้วย

บริเวณรอบๆรีสอร์ท, เมืองเล็กๆที่มีร้านอาหาร, ร้านขายของที่ระลึกและจุดท่องเที่ยว โดยรอบจะมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับน้ำพุร้อนและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยออนเซ็น รีสอร์ทสปาที่โด่งดังอยู่ที่ ออนเซ็นฮาโกเน่ในคานากาวะ และออนเซ็นคุซัทสึในกุมมะ ทั้ง 2 แห่งเป็นออนเซ็นที่นิยมสำหรับชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว เพื่อมาผ่อนคลายและได้ชมทิวทัศน์ไปพร้อมกัน


ประเภทของน้ำพุร้อน

น้ำพุร้อนที่ญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 11 ประเภท จำแนกตามองค์ประกอบของแร่ธาตุ ส่วนมากจะมีส่วนผสมของกำมะถันน้ำพุร้อนซึ่งจะมีกลิ่นเฉพาะตัว กำมะถันน้ำพุร้อนมีอยู่ทั่วไปในบริเวณภูเขาและถือเป็นน้ำพุร้อนทั่วไปของญี่ปุ่น อย่างเช่นที่ ออนเซ็นชิโอบาระในโทะชิงิ และออนเซ็นอันเซนในนางาซากิ ที่พูดกันว่าทำให้ผิวนุ่มและแก้ปัญหาผื่นคันที่ผิวหนังได้ แต่สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายควรใช้ความระมัดระวังในการแช่น้ำพุร้อน


ออนเซ็นคินุกาวาในโทชิงิ, ออนเซ็นฮาโกเน่ในคานากาวะและออนเซ็นโดะโกในเอฮิเมะ ออนเซ็นเหล่านี้เป็นน้ำพุร้อนทั่วไปที่ไม่มีสี, ไม่มีกลิ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยแช่น้ำพุร้อนมาก่อน น้ำพุร้อนเหล่านี้มีความอ่อนนุ่มและอ่อนโยนต่อผิว กล่าวกันว่าดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดตามเส้นประสาทและปวดหลัง

น้ำพุร้อนอัลคาไลน์โซดา อย่างเช่นที่ออนเซ็นโนโบริเบทสึที่ฮอกไกโดและออนเซ็นอุเระชิโนะที่ซากะ แนะนำสำหรับผู้หญิงที่อยากมีผิวสวย

น้ำพุร้อนไฮโดรเจนคาร์บอเนต ที่มีส่วนผสมส่วนใหญ่เป็นคาร์บอเนต (เกลือ) อย่างเช่น ออนเซ็นทามางาวะที่อากิตะ น้ำพุร้อนชนิดนี้ทำให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว จึงช่วยในเรื่องการลดความดันเลือด

น้ำพุร้อนที่มีส่วนผสมของเหล็ก เป็นน้ำพุที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก มีสีคล้ายสีสนิม น้ำพุร้อนที่เป็นที่รู้จักก็คือ ออนเซ็นนารุโกะที่มิยางิ และโยชิโนะในนารา แนะนำสำหรับคนที่มีภาวะโลหิตจาง และถ้าลองเอาผ้าสีขาวจุ่มในน้ำ ผ้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดง

น้ำพุร้อนคลอไรด์ อย่างเช่น ออนเซ็นโจซันเคอิในฮอกไกโดและออนเซ็นยูกาวาระในคานากาว่า ทำให้ร่างกายอบอุ่น, ดีสำหรับผู้ที่มีมือและเท้าเย็น และผู้หญิงที่มีปัญหาระบบสืบพันธุ์

และน้ำพุชนิดอื่นๆที่เป็นกรดและเป็นน้ำพุซัลเฟต (เกลือของกำมะถัน) กล่าวกันว่าช่วยในการรักษาบาดแผล (ออนเซ็นซาโอะในยามากาตะ, ออนเซ็นมินาคามิในกุนมะ, ออนเซ็นอาตามิในชิซุโอกะ และอีกมากมาย)

น้ำพุร้อนเรเดียมที่ช่วยเรื่องโรคไขข้อและระบบทางเดินอาหาร (ออนเซ็นมะสุโตมิในยามานาชิ ฯลฯ)
และน้ำพุร้อนบอริคแอซิด (ฺBoric acid) เช่นออนเซ็นมิโนะที่โอซาก้า กล่าวกันว่าดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านตา

**หมายเหตุ ประโยชน์ของน้ำพุร้อนที่กล่าวมาเป็นการกล่าวต่อกันมา ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในทางการแพทย์ และน้ำพุร้อนบางแห่งสามารถดื่มกินได้ ต่อเมื่อมีแก้ววางอยู่ใกล้ๆกับแหล่งที่น้ำไหลออกมา



สีของน้ำพุร้อน


มีทั้งสีดำ, ขาว, เขียว, แดง, น้ำตาล,....น้ำพุร้อนในญี่ปุ่นมีหลากหลายสี น้ำพุร้อนสีดำมีอยู่ทั่วไปในโตเกียวและชิบะ

น้ำพุร้อนสีเข้มเกิดจากส่วนผสมของพืชอินทรีย์, น้ำพุร้อนสีขาวก็ถือเป็นน้ำพุที่พบเห็นได้ทั่วไปในญี่ปุ่น ในกรณีที่น้ำพุร้อนมีลักษณะใส พัฒนามาจากส่วนผสมที่สามารถละลายในน้ำได้ อย่างเช่น ออนเซ็นนิวโตะในอาคิตะ เป็นที่นิยมมากสำหรับการอาบน้ำพุร้อนสีขาวแบบเปิดโล่ง

ออนเซ็นคุมาโนยุในนากาโนะและออนเซ็นคุนิมิในอิวาเตะ มีสีของน้ำพุร้อนเป็นสีเขียวสว่าง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นส่วนประกอบที่มาจากกำมะถัน (sulfer) และอื่นๆ และออนเซ็นเบปปุในโออิตะก็ดังเรื่อง บ่อน้ำพุสีแดง
ออนเซ็นอิคาโฮในกุนมะและออนเซ็นอาริมะในฮโยโก รู้จักกันดีว่าเป็นน้ำพุร้อนสีน้ำตาล มาจากการที่น้ำมีส่วนผสมของเหล็กสูง

และออนเซ็นโกชิคิในนากาโนะ มีความหมายว่า "น้ำ 5 สี" ซึ่งจะต้องประหลาดใจเพราะสีของน้ำจะเปลี่ยนก็เมื่ออุณหภูมิและอากาศเปลี่ยนแปลง

น้ำพุร้อนเหล่านี้ต่างเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่จะทำให้การเดินทางของทุกคนมีสีสันมากยิ่งขึ้น

                                                        


ที่มาและรูปภาพ: การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น 

แปล: เซย์ ไฮ อะบอร์ด

Say Hi Aboard บริการแนะแนว เรียนต่อต่างประเทศ เรียนต่อออสเตรเลีย เรียนต่อแคนาดา เรียนต่อนิวซีแลนด์ เรียนต่ออังกฤษ เรียนต่ออเมริกา

ยินดีให้บริการและคำปรึกษา ศึกษาต่อต่างประเทศ ฟรี ทุกขั้นตอน เราดูแลอย่างมืออาชีพและเป็นกันเอง Tel. 090-414-2409

พร้อมรับทุน ส่วนลดค่าเรียน และโปรโมชั่นพิเศษสุดที่ เซย์ ไฮ

 
  
view